Ridgecrest Herbals Kidney Aid 60 Veg Capsules

สมุนไพรธรรมชาตินานาชนิดบำรุงไตอย่างมีประสิทธิภาพ จากอเมริกา และประสบความสำเร็จมานานหลายร้อยปีในเอเชีย

ราคา: 740 บาท

สมุนไพรสูตรเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาสุขภาพไต...
- Plantain ลดระดับคอเลสเตอรอล ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ดูแลสุขภาพไต ในการกรองของเสียออกจากร่างกาย
- European Goldenrod บำรุงไต ขับปัสสาวะ รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และการเกิดนิ่วในไตและถุงน้ำดี
- Fenugreek Seed หรือลูกซัด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมันที่จะถูดดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
- Horsetail ต้านอนุมูลอิสระ ขับปัสสาวะอย่างอ่อน ป้องกันการเกิดนิ่วในไต และลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
- Hydrangea เสริมภูมคุ้มกัน ป้องกันต่อมลูกหมากโต, นิ่วในไต, ความไม่สมดุลของน้ำตาลในเลือด
- Juniper Berries รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับปัสสาวะ บำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น

วิธีรับประทาน: ครั้งละ 1-2 เม็ด พร้อมอาหาร เช้า-เย็น

Code: #068952

Ridgecrest Herbals Kidney Aid 60 Veg Capsules

From the Manufacturer's Label:
Kidney Aid Care is a vegan and unique herbal formula designed to support healthy kidney functions. RidgeCrest Herbals make uniquely effective remedies for specific needs.
Contains no animal products, corn, dairy, soy, wheat, yeast.

Supplement Facts

Serving Size: 1 Capsule
Serving per Container: 60
Amount Per Serving% Daily Value
KidneyAid Herbal Blend675 mg/cap
  (plaintain leaf, European Goldenrod flowers, Fenugreek seed, Horsetail herb, Hydrangea root, Juniper berry, Trace mineral blend).
*Daily value not established.
Directions: Adults and Children 12 and over, take one or two capsules twice daily between meals. 

Other Ingredients: Micro-crystalline cellulose, Cellulose capsule. 

WARNING: Do not use if tamper-resistant seal is broken. Keep out of reach of children.


- ใบต้นแพลนเทน (Plantain leaves)

เป็นสมุนไพรดั้งเดิมที่ใช้ในเชิงรักษากันมาอย่างช้านาน มีคุณสมบัติในการบำรุงสุขภาพร่างกายโดยรวม ทางเดินอาหาร ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและต้านจุลชีพ ใช้รักษาอาการอักเสบจากการโดนแมลงกัดต่อย แผลจากการบาดเจ็บ โรคผิวหนังจากการติดเชื้อรา กลาก เกลื่อน ได้ นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ดูแลสุขภาพไต ในการกรองของเสียออกจากร่างกาย


- ยูโรเปียน โกลด์เดนรอด ฟลาเวอร์ (European Goldenrod flowers)

เป็นสมุนไพรพื้นเมืองที่ใช้ในเชิงรักษากันมาอย่างช้านาน เป็นพืชมีดอกสีเหลืองทอง จึงได้ชื่อว่า Goldenrod รสชาติออกหวานเหมือนโป๊ยกั๊ก มักนำมาใช้เป็นชาสมุนไพร มีประมาณ 130 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอมริกาเหนือ และต่อมากระจายมายังยุโรป อเมริกาใต้ และกลุ่มเกาะอะโซร์ส ในโซนยุโรปมักจะพบในส่วนผสมของยาแก้ไอ ยาบรรเทาโรคไขข้ออักเสบ
Goldenrod อุดมไปด้วย ไบโอฟลาโวนอยด์, kaempferol, quercetin และ ไกลโคไซด์ฟีนอล (phenolic glycosides) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บำรุงไต ขับปัสสาวะ รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และการเกิดนิ่วในไตและถุงน้ำดี


- ฟีนูกรีกหรือลูกซัด (Fenugreek Seed)

เป็นพืชสมุนไพรในตระกูล Fabaceae ใช้เป็นยามาเป็นเวลายาวนานทำหน้าที่คล้ายยาขับเสมหะ บรรเทาอาการไอและหวัด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีถิ่นกำเนิดที่อินเดียและแอฟริกันเหนือ ซึ่งเป็นพืชที่มีความสูงประมาณ 2 ฟุต ใบเป็น 3 แฉก มีดอกและออกฝักยาวที่ซอกใบ ดอกมีสีขาวหม่น เมื่อฝักแก่จะแตกออกมีเมล็ด 10-30 เมล็ดอยู่ข้างใน มีกลิ่นหอม

คุณสมบัติหลักของ ลูกซัด
1.ช่วยเพิ่มน้ำนม (Milk Production)
ฟีนูกรีกมีสรรพคุณช่วยเพิ่มน้ำนม ในหญิงให้นมบุตร พบว่าภายหลังการรับประทานฟีนูกรีกประมาณ3-4แคปซูล ใน 3 ครั้ง/วันส่งผลให้น้ำนมมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ภายใน 24-72 ชั่วโมงหลังรับประทาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นจะเห็นการผลิตน้ำนมเพิ่มมากขึ้นภายใน 2-3 วันแรกหลังจากที่เริ่มทาน และจะเห็นผลเต็มประสิทธิภาพภายใน 3-4 สัปดาห์

2.ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar Regulation)
ซึ่ง ตัว 4-hydroxyisoleucine ที่พบในฟีนูกรีกมีสรรพคุณกระตุ้นการหลั่งของอิลซูลินเฉพาะส่วน Beta cells ในตับอ่อน ขณะเดียวกันก็ยับยั้บการทำงานของเอนไซม์ Amylase และ Sucrase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยดูดซับน้ำตาลเอาไว้ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงและการเผาผลาญสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เป็นปกติ

3.ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด (Balacing Cholesterol)
พบ ว่าสาร “ซาโปนิน” (Saponin) ในฟีนูกรีก ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบได้เช่นเดียวกันในโสมเกาหลี จะช่วยทำให้ระดับไขมันในเลือดลดลง ทั้ง Triglyceride, Total Cholesterol, LDL-Cholesterol นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยดูดซับไขมันเอาไว้ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

4.ช่วยในระบบทางเดินอาหาร (Digestive)
ฟี นูกรีก-ลูกซัด จะประกอบด้วยเส้นใยอาหารจำนวนมาก (ประมาณ 50% ของสารอาหารทั้งหมด) โดยเฉพาะเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนและอาการแสบทรวงอก (Acid Reflux and Heartburn) ตลอดจนมีผลต่อระบบขับถ่าย รวมทั้งช่วยลดปริมาณน้ำตาลและไขมันที่จะถูดดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

5.ขยายขนาดเต้านม (Breast Enlargement)
สาร Diosgenin ในฟีนูกรีกช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนผู้หญิง (Balance women's hormone) บรรเทาอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน และอาการต่างๆ ของหญิงวัยหมดประจำเดือน รวมทั้งบรรเทาอาการปวดประจำเดือน นอกจากนี้ฟีนูกรีกยังมีผลขยายขนาดเต้านมอีกด้วย


- หญ้าหางม้า (Horsetail Herb)

สกัดได้จากพืชที่มีชื่อสามัญว่า horsetails เป็นกลุ่มเฟิร์นโบราณที่มีเมล็ด จากซากฟอสซิล ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า พืชในกลุ่มนี้มีมาแล้วตั้งแต่ 350 ล้านปีก่อน ตั้งแต่ยุค Paleozoic ในสมัยนั้น พื้นผิวของโลก เต็มไปด้วยแม่น้ำลำธาร หนองบึง พื้นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขังไปทั่ว ป่าโบราณในสมัยนั้น มีพืชในกลุ่มของ Spenophyta และยังไม่มีพืชมีดอกเหมือนในปัจจุบัน พวก Spenophyta นี้ มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ถึง 30 เมตร เกิดขึ้นตามพื้นดินหนองน้ำ ทั่วโลก จวบจนกระทั่งปัจจุบัน Spenophyta เหลืออยู่เพียงชนิดเดียวโดดๆ คือ Equisetum (ภาษาลาติน แปลว่า horse bristle ขนแข็งๆ ของม้า) หรือ Horsetails นี้นี่เอง
ลำต้นของ Horsetail มีทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดิน (rhizome) ที่รากจะมี mycorrhiza ซึ่งจะช่วยในการสลายสารที่พืชจะนำไปใช้ประโยชน์ ลำต้นบนดินมี 2 แบบ คือลำต้นที่แตกกิ่งก้านเป็นข้อ ๆ มีสีเขียว ทำหน้าที่สังเคราะห์แสง ซึ่งจะเป็นหมัน เรียกว่า sterile stem ส่วนอีกต้นหนึ่งจะไม่มีการแตกกิ่งก้านตอนปลายสุดจะสร้าง cone ซึ่งจะทำหน้าที่สร้าง cell สืบพันธุ์เรียกว่า Fertile stem แต่บางชนิดอาจจะไม่แบ่งเป็น fertile หรือ sterile ลำต้นภายในจะกลวง ผิวจะเป็นร่องตามความยาว สากมือเพราะที่เซลล์ผิวจะมีสารพวก silica สะสม ไว้ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ใบจะเป็นเกร็ดขึ้นรอบ ๆ ข้อ ขณะที่ยังอ่อนจะสามารถสังเคราะห์แสงได้ เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ตอนปลายของลำต้นจะมี cone ที่สร้างสปอร์เรียกว่า strobilus มีก้านชูอับสปอร์เรียกว่า sporangiophore ภายในมี sporanguim เรียกว่า homospore ซึ่งจะมี elater ช่วยในการดีดตัวของ spore

ประโยชน์ของสารสกัดจากหญ้าหางม้า
  • สารสกัดจาก หญ้าหางม้า มีปริมาณของซิลิกามากกว่า สมุนไพร อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อและสมานแผล สารสกัดจากหญ้าหางม้านี้เป็นที่นิยมมากในยา สมุนไพร สามารถบริโภคในรูปแบบของชา หรือใช้เป็นยาพอกผ่อนคลายกล้ามเนื้อบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • สารสกัดจาก หญ้าหางม้า นำ มาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะเป็นแหล่งสะสมซิลิกาและแคลเซียมที่ดี มีประโยชน์ในด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และมันยังส่งเสริมการดูดซึมของแคลเซียม ใช้ในการรักษาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก เช่น โรคไขข้อ และกระดูกพรุน
  • ช่วยส่งเสริมในด้านการทำงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพที่ดี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อต่าง ๆ
  • สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และยังเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคเกาต์
  • การใช้สารสกัดจากหญ้าหางม้า ยังเป็นยา สมุนไพร ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมในการเจริญและสร้างความแข็งแรงของผม เหมาะกับผู้ที่ผมร่วงหรือต้องการจะปลูกผม เพราะเนื่องจากมีกรดอะมิโน และ phytosterols ซึ่ง จะสร้างความแข็งแรงให้กับรูขุมขน นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหนังศีรษะ กระตุ้นรูขุมขน และลดการผลิตไขมันหรือน้ำมันในหนังศีรษะ ซึ่งส่งผลให้ผมมัน ทำให้เสียบุคลิกภาพ
  • มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอย่างอ่อน (Mild Diuretic) ป้องกันการเกิดนิ่วในไต (Kidney Stones) และลดอัตราการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)
  • ช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดีอีกด้วย


- ไฮเดรนเยีย (Hydrangea root)

เป็นไม้พื้นเมืองไม้พุ่มผลัดใบ พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียใต้ เติบโตในเขตอบอุ่น ต้นสูง 2-3 เมตร ใบยาว 8-18 ซม. เป็นยาสมุนไพรพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนเผ่าเชอโรกี โดยการนำรากมารักษาโรคไต ส่วนลำต้นและเปลือกนำมาต้มเป็นชาสมุนไพรชงดื่มบำรุงร่างกาย
ในปี 2009 นักวิจัยค้นพบว่า ไฮเดรนเยีย ช่วนเสริมภูมคุ้มกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ ช่วยป้องกันต่อมลูกหมากโต, นิ่วในไต, ความไม่สมดุลของน้ำตาลในเลือด และศีรษะล้านได้


- จูนิเปอร์ เบอร์รี่ (Juniper Berries)

ลูกจูนิเปอร์เป็นเม็ดกลมๆ ดำๆ อาจไม่ค่อยคุ้นตานักในบ้านเรา แต่ก็หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเทศสมุนไพรทั่วไป คนอินเดียนิยมใช้จูนิเพอร์หมักเนื้อสัตว์เพื่อลดกลิ่นสาบ โดยสรรพคุณทางยาของลูกจูนิเปอร์นั้นมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงถูกนำไปใช้รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับปัสสาวะ บำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น รวมถึงกระตุ้นความอยากอาหาร



อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ผู้ป่วยโรคไตมักจะได้ยินคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับเรื่องอาหารว่า
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม มีเกลือสูง
  • ให้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ
  • ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย
ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมระดับ electrolyte, เกลือแร่ และของเหลวภายในร่างกายผู้ป่วยโรคไต ให้อยู่ในภาวะสมดุล โดยผู้ป่วยที่ต้องทำ dialysis จำเป็นต้องควบคุมอาหารเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ร่างกายสร้างของเสียมากเกินไป และผู้ป่วยที่ทำ dialysis ส่วนใหญ่จะปัสสาวะน้อยมาก ทำให้เกิดการสะสมของน้ำและของเหลวที่หัวใจ ปอดและข้อเท้า
ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาเรื่องอาหารกับแพทย์และนักโภชนาการ เพราะปริมาณอาหารและพลังงานที่ได้รับต้องเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสลายเอาเนื้อเยื่อของร่างกายมาใช้ทนแทน
อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล (carbohydrates): เป็นแหล่งของพลังงานที่ดี แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนหรือเป็นโรคเบาหวาน ควรจำกัดอาหารกลุ่มนี้
ไขมัน (fats): ไขมันก็อาจจะเป็นแหล่งพลังงานที่ดีได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โปรตีน (proteins): ก่อนที่จะเริ่มทำ dialysis แพทย์มักแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ ประมาณหนึ่งกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน อาหารแหล่งโปรตีนที่แนะนำคือ เนื้อปลา หมู สัตว์ปีกและไข่ ในระหว่างที่ทำ dialysis ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงทุกวัน (ประมาณ 8-10 ออนซ์ต่อวัน)
แคลเซียมและฟอสฟอรัส: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะแรกจะมีระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงส่งผลให้ระดับ แคลเซียมในเลือดต่ำลง ร่างกายต้องดึงเอาแคลเซียมในกระดูกออกมา
อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น นม, โยเกิร์ต, และชีส อาหารที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น มาการีนและ เนย
ผักและผลไม้ส่วนใหญ่มีปริมาณฟอสฟอรัสต่ำ แต่ต้องระวังเพราะมีปริมาณโพแทสเซียมสูง
บางครั้งอาจต้องได้รับแคลเซียมเสริมเพื่อป้องกันการเกิดโรคกระดูก และวิตามินดีเพื่อปรับสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสให้เหมาะสม หรืออาจจะต้องควบคุมปริมาณฟอสฟอรัสด้วยการกินยาที่ไปจับกับ ฟอสฟอรัส(phosphorous binders)
ปริมาณของเหลว (Fluids): ผู้ป่วยโรคไตในระยะแรกๆอาจจะยังไม่ต้องกังวลกับการได้รับน้ำหรือของเหลวมาก นักแต่เมื่อใดก็ตามที่ไตเริ่มมีปัญหามากขึ้นหรืออยู่ระหว่างการทำ dialysis จำเป็นจะต้องควบคุมปริมาณน้ำและของเหลวให้เหมาะสม
อาหารที่มีปริมาณน้ำมากที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ซุป, ไอศกรีม, องุ่น, มะเขือเทศ และผักกาดหอม

ข้อแนะนำที่จะทำให้กระหายน้ำน้อยลง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานเกลือ
  • นำน้ำผลไม้แช่แข็งแล้วรับประทานเหมือนไอศกรีม แต่ต้องควบคุมปริมาณการรับประทานในแต่ละวันด้วย
  • อยู่ในสถานที่ที่ไม่ร้อนจนเกินไป
โพแทสเซียม: ระดับโพแทสเซียมในเลือดจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ ผู้ป่วยโรคไตมักจะมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและอาจเสียชีวิตได้ จึงต้องควบคุมปริมาณโพแทสเซียม ด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงซึ่งมักจะเป็นผักและผลไม้
ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น องุ่น, ลูกแพร์, เชอร์รี่, แอปเปิล, สัปปะรด, และแตงโม ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ส้ม, กีวี, กล้วย, แคนตาลูป, ลูกเกด และ ลูกพรุน
ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น บรอคโคลี, กะหล่ำปลี, แครอท, ผักกาดหอม, หอม และ พริกไทย ผักที่มีโพแทสเซียมสูงควรหลีกเลี่ยง เช่น หน่อไม้ฝรั่ง, อโวคาโด, มะเขือเทศหรือซอสมะเขือเทศ, ฟักทอง และ ผักขม
เหล็ก: ผู้ป่วยไตวายอาจจะมีภาวะซีด(anemia) ร่วมด้วยจึงต้องได้รับธาตุเหล็กให้เพียงพอ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเช่น ตับ, เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่ และถั่วแดง
อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยแต่ละคนจะมีภาวะทางโภชนาการไม่เหมือนกัน ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงแนวทางในการควบคุมอาหารเท่านั้น ผู้ป่วยต้องขอคำแนะนำจากแพทย์และนักโภชนาการด้วย

Reference: U.S. National Library of Medicine, NIHNational Institutes of Health. MedlinePlus : Diet-chronic kidney disease


บัญญัติ 8 ประการเพื่อสุขภาพของตับและไตที่ดี
สำหรับผู้ห่วงใยในสุขภาพที่ดีของตับในร่างกาย การพักผ่อนที่เพียงพอและการนอนหลับที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าหากคุณยังมีปัญหาในการนอนหลับ
พิษและของเสียที่อยู่ในร่างกายย่อมจะสะสมและเป็นปัญหาต่อสุขภาพและอารมณ์ของคุณเอง

สาเหตุหลักที่ทำลายตับของคุณคือ
  1. นอนดึกและตื่นสายเป็นต้นเหตุลำดับต้น ๆ
  2. การไม่ปัสสาวะในตอนเช้า
  3. ทานจุเป็นประจำ
  4. ไม่รับประทานอาหารเช้า
  5. บริโภคยามากเกินไป
  6. บริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย สีผสมอาหาร วัตถุปรุงแต่ง และน้ำตาลเทียม
  7. บริโภคน้ำมันที่ใช้ทำอาหารซึ่งด้อยคุณภาพและไม่เป็นประโยชน์ ถ้าหากคุณสามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันในการทอดอาหารซึ่งรวมถึงการใช้น้ำมัน ที่ดีที่สุดที่ใช้ทำอาหารเช่นน้ำมันมะกอก จงหลีกเลี่ยงการบริโภคของทอดเมื่อคุณมีอาการเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย ยกเว้นถ้าหากร่างกายคุณฟิต
  8. บริโภคอาหารที่ผ่านการปรุงมากเกินไปย่อมสร้างภาระแก่ตับ ผักควรทานสด ๆ หรือผ่านการทำให้สุกเพียง 3-5 ส่วน ผักที่ผ่านการผัดควรจะบริโภคให้หมดในมื้อเดียว อย่าเก็บไว้ทานในมื้ออื่น ๆ
เราจะต้องพยายามปรับวิถีการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะนิสัยการกิน การปลูกฝังนิสัยการกินที่ดีและดูแลปัจจัยเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ ร่างกายของเราได้รับประโยชน์และสามารถกำจัดสารที่ไม่เป็นประโยชน์ในร่างกาย ตามตารางเวลาที่ควรจะเป็น เพราะ…
บัญญัติ 8 ประการเพื่อสุขภาพของตับและไตที่ดีช่วงเวลากลางคืน 3 ทุ่ม - 5 ทุ่ม: เป็น ระยะเวลาที่ร่างกายจะกำจัดสารพิษต่าง ๆ โดยระบบต่อต้านเชื้อโรคในร่างกาย ( ระบบหมุนเวียนของน้ำเหลืองในร่างกาย) ช่วงเวลานี้ควรจะต้องถูกใช้ไปในการพักผ่อนหรือผ่อนคลายด้วยการฟังดนตรี ถ้าหากช่วงเวลานี้แม่บ้านยังคงวุ่นอยู่กับงานบ้านเช่นล้างจานหรือดูและเด็ก ให้ทำการบ้าน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลลบต่อร่างกาย
ช่วงเวลากลางคืน 5 ทุ่ม - ตี 1:กระบวนการกำจัดสารพิษ ในตับ และแน่นอนควรจะต้องอยู่ในช่วงการนอนหลับสนิท ในช่วงเช้าระหว่างเวลาตี 1 ถึง ตี 3 นั้น กระบวนการกำจัดสารพิษในน้ำดีก็ควรจะเป็นช่วงแห่งการนอนหลับสนิทเช่นกัน
ช่วงเวลาตี 1 - ตี 3: การกำจัดสารพิษในปอด เพราะฉนั้นอาจจะมีอาการไออย่างรุนแรงสำหรับผู้ที่มีปัญหาการไอในช่วงเวลาดัง กล่าว ตอนนี้กระบวนการกำจัดสารพิษจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจแล้ว และก็ไม่จำเป็นที่คุณจะใช้ยาแก้ไอเพื่อที่จะได้ไม่ไปขัดขวางขั้นตอนการกำจัด สารพิษในร่างกาย
ช่วงเช้า ตี 5 - 7 โมงเช้า: การกำจัดสารพิษในปลายลำไส้ใหญ่ ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำให้พุงและลำไส้ของคุณว่างลง
ช่วงเช้า 7 - 9 โมงเช้า: การดูดซึมสารอาหารสู่ลำไส้ เล็ก คุณควรจะต้องทานอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ อาหารเช้าควรจะก่อน 6.30 น. สำหรับผู้ป่วย อาหารเช้าที่ทานก่อน 7.30 น. นั้นดีต่อผู้ที่ต้องการมีร่างกายสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ผู้ใดที่ไม่ทานอาหารเช้าตลอดเวลาควรจะต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เสีย และการทานอาหารเช้าในช่วงสายตั้งแต่ 9 - 10 น. ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรลงไปในท้องเลย การนอนดึกตื่นสายนั้นเป็นปัญหาต่อกระบวนการทำลายของเสียในร่างหาย นอกจากนั้นช่วงเที่ยงคืนถึงตี 4 ก็ยังเป็นเวลาที่ร่างกายผลิตเลือด เพราะฉะนั้น อย่านอนดึกและอย่านอนตื่นสาย

ผลตอบรับจากผู้ใช้จริง:
1. “My husband and I wanted to write you to let you know how much help the Kidney Aid has been to us. My husband has had kidney stones and kidney infections every once in a while. He used to have to go to the doctor and get medicine for it. We found your product and took it. Within 2 or 3 days the problem was gone.”
M.& M.C., Kentucky
2. “My daughter had a kidney problem which caused swelling on her entire body. Since I’ve been giving her Kidney Aid at the beginning of the year, within the first few months her swelling was almost completely gone. So, thanks to Kidney Aid and thank you for having this kind of product.”
M.S., Ohio
RidgeCrest Herbals

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น