Swanson Ultra Lyc-O-Mato Lycopene-20 mg/ 60 Sgels

ไลโคเมโตไลโคปีน สารสกัดจากมะเขือเทศ ผิวขาวใส อมชมพู ต้านอนุมูลอิสระ

ราคา: 970 บาท

Lyc-O-Mato Lycopene สารสกัดจากมะเขือเทศเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง นอกจากไลโคปีนยังมีส่วนประกอบของ phytotene, phytofluene, เบต้าแคโรทีน, phytosterols, วิตามินอี โดยช่วยให้การออกฤทธิ์ของไลโคปีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ไลโคปีน (Lycopene) ให้มากกว่าผิวขาวใส อมชมพู จาก ผลวิจัย lycopeneเป็นเม็ดสีที่ช่วยให้ผักและผลไม้ เช่นมะเขือเทศ แตงโม ส้มโอมีสีชมพูและแดง และนี่เป็นสาเหตุที่ไลโคปีน (Lycopene)เป็นนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนของกระแสผิวขาวใส อมชมพู

และที่สำคัญ ไลโคปีนยังมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับนอกเหนือจากการป้องกันและสามารถลดอัตราการเสี่ยง ของการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก ไลโคปีนอาจจะมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก โดยจะลดการเกิดเนื้องอกและยับยั้งการพัฒนา วงจรชีวิตของเซลล์ในช่วงต้นของการเกิดเซลล์มะเร็ง (ระยะ G1) ไลโคปีนอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

*** ผลิตภัณฑ์ Swanson Ultra Lyc-O-Mato Lycopene เป็นไลโคปีน Lyc-O-Mato® เอกสิทธิ์เฉพาะ LycoRed Natural Products Industries, Ltd. บริษัทผู้เชี่ยวชาญและมุ่งเน้นการวิจัยสารแคโรทีนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ใช้ในทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเวชสำอาง เป็นต้น

วิธีรับประทาน: วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

Code: SWU318



Swanson Ultra Lyc-O-Mato Lycopene-20 mg/ 60 Sgels
  • Proven support for the prostate
  • Full spectrum antioxidant
  • Patented formula with enhanced biological activity

Product Description:

Lyc-O-Mato Lycopene

"I have been using Swanson's lycopene for several years and have had great success at my yearly physical exam." ~ product review by Willyum
Get powerful and patented prostate support with Lyc-o-Mato brand Lycopene. Lyc-o-Mato is a full spectrum natural tomato concentrate extracted from a high-lycopene variety of tomato, and it provides a full complement of antioxidants besides lycopene including phytoene, phytofluene, beta-carotene, phytosterols, and vitamin E. The result is enhanced biological activity, which means greater health benefits to you.

Product Label:

Lyc-O-Mato Lycopene

Supplement Facts

Serving Size 1 Softgel
Amount Per Serving% Daily Value
Lyc-O-Mato® Tomato Extract(100%) Providing:334 mg*
Lycopene (6%)20 mg*
Natural Tocopherols (1.5%)5 mg*
Phytoene and Phytofluene(1%)3.33 mg*
*Daily Value not established.
Other ingredients: Gelatin, soybean oil, glycerin, purified water, beeswax, glyceryl monostearate, carob.
Suggested Use: As a dietary supplement, take one softgel per day with food and water.
Lyc-O-Mato® is a registered trademark of LycoRed Natural Products Industries, Ltd.

Lycopene ไลโคปีน คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและความสวยความงามในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสนใจกับ ไลโคปีนมากขึ้นเพราะคุณสมบัติทำให้ผิวพรรณผ่องใสขาวอมชมพู แต่ไลโคปีนยังมีคุณประโยชน์ที่คุณคาดไม่ถึงอีกมากมาย

ไลโคปีน (Lycopene) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคำว่า lycopersicum ซึ่งเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ บ่งบอกสปีชีส์ของมะเขือเทศ (Solanum lycopersicum) ไลโคปีนจัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด ละลายได้ดีในไขมันเช่นเดียวกับเบต้าแคโรทีน มีรงควัตถุ (pigment) สีแดง พบได้ทั่วไปในมะเขือเทศสุก ฝรั่ง (pink guava) แตงโม ส้ม มะละกอ แครอท ส้มโอสีชมพู ฟักข้าว (หรือ Gac furit มีสารไลโคปีน มากกว่ามะเขือเทศถึง 70 เท่า) และในผักผลไม้สีแดงต่างๆ (ยกเว้นสตรอเบอร์รี่และเชอร์รี่) แต่ไม่พบในสัตว์

ไลโคปีนที่พบมี โครงสร้างทางเคมี 2 แบบคือ trans – configuration และแบบ cis-isomer โดยในธรรมชาติจะพบไลโคปีนแบบ trans – configuration แต่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบ cis-isomer ได้เมื่อสัมผัสกับความร้อนหรือและสว่าง โดยในกระแสเลือดของคนเราพบไลโคปีนแบบ cis-isomer อยู่ถึง 60% เลยทีเดียว

ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ไลโคปีนเองได้ ดังนั้นเราจึงต้องรับประทานไลโคปีนเข้าไปจากผักผลไม้ หรืออาหารเสริม โดยไลโคปีนจะไปกระจายอยู่ทั่วไปในเนื่อเยื่อบริเวณที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่พบการสะสมของไลโคปีนมากที่ต่อมหมวกไต ลูกอัณฑะ และตับ จากการศึกษาวิจัยพบว่าไลโคปีนที่ผ่านกระบวนการใช้ความร้อน (heat processed-lycopene) เช่น การปรุงอาหาร ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าไลโคปีนในธรรมชาติ เนื่องจากไลโคปีนที่มีโครงสร้างแบบ cis -isomer ถูกดูดซึมได้ดีกว่าแบบ trans – configuration และแบบ cis -isomer จะสามารถละลายและรวมตัวกับกรดน้ำดี (bile acid micells) ได้ดีกว่า แบบ trans – configuration ด้วย นอกจากนั้น การใช้ความร้อนในการประกอบอาหารยังทำให้ไลโคปีนที่อยู่ในผนังเซลล์ของผักและ ผลไม้ละลายออกได้มากขึ้น ทำให้ดูดซึมในระบบย่อยอาหารได้ดีกว่ารับประทานแบบสดถึง 2.5 เท่า ดังนั้นหากจะรับประทานผักและผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับไลโคปีน จึงควรนำผักและผลไม้ไปปรุงให้สุกก่อน

มีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ ระบุว่าเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของไลโคปีนในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้โอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากไลโคปีนเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) ที่มีความแรงมาก และมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง กลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญคือเข้าไปจับกับอนุมูลอิสระ (Free radical) ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอ อันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไลโคปีนจะช่วยลดการก่อกลายพันธุ์ ทำให้สามารถยับยั้งวงจรชีวิตของเซลล์มะเร็งในช่วงต้น (ระยะ G1) และลดการเกิดเนื้องอกได้ เมื่อเทียบกับสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดอื่นๆ ไลโคปีนเป็นแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากมีโครงสร้างที่ต่อกันเป็นสายยาวกว่า ดังรายงานการศึกษาเปรียบเทียบผลในการต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง พบว่าไลโคปีนมีฤทธิ์ที่ดีกว่าเบต้าแคโรทีนและแอลฟาโทโคฟีรอลถึง 2 และ 10 เท่าตามลำดับ มีความเชื่อว่าไลโคปีนสามารถปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ตลอดจนเมตาบอลิซึมในร่างกายได้ นอกจากนี้การรับประทานไลโคปีนในปริมาณสูงยังช่วยยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ใช้ สังเคราะห์โคเลสเตอรอล และเร่งสลายโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL (Low density lipoprotein) ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแข็งตัวได้อีกด้วย

ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มก.ต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับการทานมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบในอาหาร 10 ครั้งต่อสัปดาห์ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าการได้รับไลโคปีนมากเกินไปจะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น