Swanson Ultra Resver-Q-Gel/ 30 Sgels

เรสเวอราทรอล + โคคิวเท็นและวิตามินอี ต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต บำรุงหลอดเลือดและหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ชะลอวัย

ราคา: 750 บาท

* Resveratrol เป็นโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง พบมากที่ผิวขององุ่นแดง/ไวน์แดง ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องการการเกิดโรคหัวใจ ผิวพรรณสดใสอ่อนเยาว์ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ลดริ้วรอย ชะลอวัย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและหัวใจ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงทั้ง 2 โรคดังกล่าว บำรุงการทำงานของเส้นประสาท ยับยั้งภาวะความจำเสื่อม ช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง ต่อต้านเชื้อ HIV

* CoQ10 ภายใต้สิทธิบัตร Q-Gel® และ Bio-Solv® คิดค้นโดย Raj Chopra ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอาหารเสริมระดับโลก จากอเมริกา  CoQ10 เสริมด้วยวิตามินอี จากธรรมชาติ 100% ประสิทธิภาพสูง ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีเยี่ยม ในการต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดริ้วรอย ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ผิวจากแสงแดด ลดริ้วรอยได้ถึง 27% ช่วยป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง หัวใจล้มเหลวเนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ยับยั้งไม่ให้คลอเลสเตอรอลจับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน CoQ10 มี ฟีนีลอะลานิน ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น

วิธีรับประทาน: วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

Code: #SWU687

Swanson Ultra Resver-Q-Gel/ 30 Sgels 

  • Resver-Q-Gel from Swanson Ultra
  • Combines the power of antioxidant resveratrol with CoQ10 Q-Gel
  • A revolutionary supplement that focuses on maximum bioavailability

Product Description:

Resver-Q-Gel

"This is the best way to take CoQ10 and know that it is utilized to the maximum. Since its available, why not take advantage of it?..." ~product review by justBtweenUNme
The age-defying, health-promoting properties of red wine have been linked to resveratrol, an antioxidant nutrient found within grapes. Now, the makers of Q-Gel® combine the power of resveratrol with their world-famous high-absorption form of CoQ10 in Resver-Q-Gel™ from Swanson Ultra. With Resver-Q-Gel you can support your good health now and into the future. It supplies two of the most scientifically validated nutrients in one simple softgel. It's one supplement you can truly take for life.
Raj Chopra, creator of Resver-Q-Gel and Q-Gel itself, is a leading authority on health foods and vitamin supplements in the USA. He is acknowledged to be one of the world's experts in bioenhanced supplements. Mr. Chopra revolutionized CoQ10 supplements over a decade ago with the patented Bio-Solv® process that enhances bioavailability. By combining resveratrol with Q-Gel in this new supplement, he is continuing a legacy of innovation and providing an exciting new alternative for health-conscious individuals like you!

Product Label:

Resver-Q-Gel

Supplement Facts

Serving Size 1 Softgel
Amount Per Serving% Daily Value
Vitamin E (as d-alpha tocopheryl acetate)75 IU250%
Q-Gel® Coenzyme Q10(Hydrosoluble™) (in a proprietary Bio-Solv® base specially formulated to enhance absorption)50 mg*
Trans-Resveratrol50 mg*
*Daily Value not established.
Other ingredients: Gelatin, polysorbate 80, medium-chain triglycerides, yellow beeswax, glycerin, soy lecithin, sorbitol, purified (deionized) water, annatto (in sunflower oil base).
Suggested Use: As a dietary supplement, take one softgel per day with water.
Q-Gel® and Bio-Solv® are registered trademarks of Tishcon Corp., U.S. patent #6,056,971.
Resver-Q-Gel™ and Hydrosoluble™ are trademarks of Tishcon Corp. manufactured by the Bio-Solv® process, U.S. patent #6,056,971 under worldwide agreement with Biosytes, USA Inc.
Resveratrol(เรสเวอราทรอล)
  • Resveratrol คือ polyphenol ที่พบได้ในไวน์แดง
  • Resveratrol เกิดขึ้นตามธรรมชาติและผลิตโดยพืชหลายชนิดรวมทั้งองุ่นในการตอบสนองต่อสภาพ แวดล้อมเช่นความแห้งแล้ง, รังสี UV จากดวงอาทิตย์และการติดเชื้อรา
ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือด และช่วยป้องการการเกิดโรคหัวใจ ช่วยดูแลผิวพรรณสดใสช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ฟื้นฟูสภาพผิว ช่วยลดริ้วรอย ชะลอความแก่และช่วยให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและหัวใจ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงทั้ง 2 โรคดังกล่าว ช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยยับยั้งภาวะความจำเสื่อม ช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง ต่อต้านเชื้อ HIV

RESVERATROL คืออะไร
ทุกท่านคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าการรับประทานไวน์แดงนั้นมีประโย น์ต่อ สุขภาพ และทุกคนมักจะมีคำถามตามมาว่า ไวน์แดงนั้นจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างไร ??? คำถามนี้ถูกค้นหาคำตอบโดยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากทั่วโลก โดยมีการค้นพบว่าในไวน์แดงนั้นมีส่วนผสมที่ทรงคุณค่าอยู่ชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ Resveratrol ซึ่ง Resveratrol นั้นจัดเป็นโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง ซึ่งมักจะพบอยู่ที่บริเวณผิวขององุ่นแดง และผิวของพืชหลายๆ ชนิดในธรรมชาติ ซึ่งเจ้า Resveratrol นี้จากงานวิจัยพบว่า มีผลตอบสนองต่อสภาวะความเครียด อาการบาดเจ็บ และรังสีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติทางด้านชีวเคมีเหล่านี้ช่วยปกป้องพืชให้ปลอดภัย ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อการดำรงชีวิตของตัวมันเอง

Resveratrol เริ่ม เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งมีการศึกษาและวิจัยว่า ทำไมชาวฝรั่งเศสที่มีการบริโภคไขมันในปริมาณที่สูง แต่กลับมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของหัวใจน้อยกว่าในหลายๆ ประเทศที่มีการบริโภคไขมันในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งนักวิจัยได้มีการชี้ชัดว่า สาเหตุ ที่ชาวฝรั่งเศสมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจน้อยกว่าในหลายๆ ประเทศ ก็เนื่องมาจากการที่ชาวฝรั่งเศสนั้นบริโภคไวน์แดงในปริมาณที่สูง ด้วยเหตุผลนี้นักวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นวิจัย Resveratrol อย่างจริงจัง เพื่อนำ Resveratrol ไปใช้ประโยชน์ในด้านสุขภาพอื่นๆ ต่อไป

Resveratrol มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ??
นับตั้งแต่ได้มีการค้นพบประโยชน์ของ Resveratrol จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มีการผสมผสาน Resveratrol เข้าไปในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และหลังจากนั้นก็ได้มีงานวิจัยต่างๆ ออกมายืนยันประโยชน์ของ Resveratrol เป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งคุณประโยชน์นอกจากจะช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ ยังมีประโยชน์ในด้านการต่อต้านมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ และอื่นๆ ดังต่อไปนี้

- Resveratrol ช่วยยึดอายุของสิ่งมีชีวิตในหลายๆ สปีชี่ส์ โดยได้ทำการทดลองกับหนูซึ่งได้รับไขมันในปริมาณมาก แต่กลับพบหนูมีอายุยืนยาวขึ้น
- จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า Resveratrol ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและการอยู่รอดของเซลล์- ช่วยบำรุงการทำงานของเส้นประสาทสัมผัสในสมอง
- เสริมสร้างการทำงานของระบบควบคุมสมดุลในร่างกาย ระบบประสาทสัมผัสและความอดทนของร่างกาย
- ช่วยในเรื่องของการชะลอความชรา

นอกจากนี้ยังมีการนำ Resveratrol มาทดลองกับมนุษย์โดยตรง เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำสำหรับมนุษย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ผลการทดลองออกมาเป็นดังนี้

- ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สืบพันธุ์
- ทำหน้าที่เสมือนสารต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารอนุมูลอิสระและสารพิษต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เซลล์มีสุขภาพดีขึ้นและยังส่งเสริมในเรื่องของการชะลอความชรา
- เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ควบคุมน้ำหนัก
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดที่ช่วยดูแลสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจ
- ช่วยต่อสู้กับความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และสนับสนุนการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย
- เสริมสร้างระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

Co-Enzyme Q10 เป็นสารซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในไมโตคอนเดรีย(Mitochondria)ซึงไมโตคอนเดรียนี้ ทำหน้าที่ผลิตพลังงานให้แก่เซลล์โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปATP(Adenosine triphosphate)ซึ่ง เป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์ หน้าที่หลักของ CoQ10 คือช่วยในการเร่งปฏิกิริยาภายในร่างกาย โดยตัวเอนไซม์เองไม่ถูกทำลาย หรือ ถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปฏิกิริยาดังกล่าวสิ้นสุดลง เนื่องจากCoQ10มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย ดังนั้นเมื่อระดับของCoQ10มีการเปลี่ยนแปลงไปก็จะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกาย ซึ่งอาจเปรียบเทียบCoQ10เป็นเสมือนกับ หัวเทียนรถยนต์ ซึ่งรถยนต์จะไม่สามารถวิ่งได้ถ้าปราศจากหัวเทียน


ในปัจจุบันพบว่าCoQ10มีประโยชน์อย่างมากทั้งในเรื่องของการเป็นสารที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant)และช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ
เราสามารถพบCo-Q10ได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน เครื่องในสัตว์ ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวกล้อง และงา

กลไกการออกฤทธิ์
Coenzyme Q10 เป็น coenzyme ที่จำเป็นของร่างกายมีลักษณะคล้ายเป็นวิตามิน มีโครงสร้างเหมือนวิตะมิน K โดยจะพบที่ในเยื่อหุ้มของ mitochondria ที่อยู่ที่หัวใจ ตับ ไต และตับอ่อน มีบทบาทสำคัญในการขนส่งอิเล็กตรอนใน mitochondria และการสร้าง adrenosine triphosphate (ATP) Coenzyme Q10 มีคุณสมบัติในการเป็น membrane stabilizing โดยตรงและเป็น antioxidant
ผลต่อหัวใจ มีประโยชน์ในการป้องกันการถูกทำลายของเซลในระหว่างที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเพิ่ม reperfusion

ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ Coenzyme Q10 หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์

ข้อควรระวัง
- ระวังการใช้ในผู้ป่วยทางเดินน้ำดีอุดตัน
- ระวังการใช้ร่วมกับยาลดไขมันในเลือด (ระดับ Coenzyme Q10 ในเลือดจะมีระดับต่ำในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดสูง) และ HMG-CoA reductase inhibitors อาจมีผลยับยั้งการสร้างของ Coenzyme Q10 โดยธรรมชาติ เนื่องจาก HMG-CoA reductase ช่วยในการสร้าง Coenzyme Q10
- ระวังการใช้ร่วมกับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากยาอาจไปยับยั้งผลของ Coenzyme Q10 ที่ได้รับเข้าไป
- ระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจจะทำให้ลดความต้องการ insulin
- ระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ตับและไตทำงานผิดปกติ เพราะอาจจะเกิดการสะสมของ Coenzyme Q10 ในเลือด

วิตามินอี

วิตามินอี (Vitamin E) หรือ โทโคฟีรอล , โทโคไทรอีนอล เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งจะถูกเก็บสะสมไว้ที่ตับ เนื้อเยื่อไขมัน หัวใจ เลือด กล้ามเนื้อ มดลูก อัณฑะ ต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง มีหน่วยวัดเป็น IU โดย 1 IU = 1 mg. โดยวิตามินอีแบ่งออกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือโทโคฟีรอลและโทโคไทรอีนอล โดยทั้ง 2 กลุ่มจะแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ แอลฟา บีตา แกมมา เดลตา ซึ่งในบรรดาสารทั้ง 8 ตัว แอลฟาโทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพ แต่แกมมาโทโคฟีรอลมีประสิทธิภาพมากกว่าในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูปเปอร์ ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD) ซึ่งมีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งรวมไปถึงมะเร็ง โรคหัวใจ โรคชรา อัลไซเมอร์

วิตามินอีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของสารในกลุ่มไขมัน ทำงานเหมือนกับวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุซีลีเนียม กรดแอมิโนซัลเฟอร์ นอกจากนี้วิตามินอียังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินเอ ได้ดียิ่งขึ้น และยังทำหน้าที่สำคัญคล้ายเป็นยาขยายหลอดลมและเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยวิตามินอีจะต่างกับวิตามินที่ละลายในไขมันตัวอื่นคือร่างกายจะเก็บสะสม ไว้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น คล้ายๆกับวิตามินบีและวิตามินซี

แหล่งที่พบวิตามินอีตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ จมูกข้าวสาลี ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน แป้งทำขนมปังแบบเสริมวิตามิน ถั่วเหลือง น้ำมันพืช น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพดถั่ว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (วอลนัท พีแคน ถั่วลิสง จะมีแกมมาโทโคฟีรอลมากเป็นพิเศษ) กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ผักขม อะโวคาโด(เฉพาะเนื้อ) ปวยเล้ง เป็นต้น

โรคจากการขาดวิตามินอี คือ เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย กล้ามเนื้อฝ่อ และโรคโลหิตจาง โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ และศัตรูของวิตามินอี ได้แก่ ความร้อน ออกซิเจน อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง กระบวนการแปรรูปอาหาร ธาตุเหล็ก ธาตุคลอรีน และน้ำมันแร่ธรรมชาติ เป็นต้น

ประโยชน์ของวิตามินอี
  • ประโยชน์ของวิตามินอีช่วยทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์
  • ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
  • ช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพความทนทาน
  • ช่วยปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยทำงานร่วมกับวิตามินเอ
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับโรคให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
  • ช่วยป้องกันและสลายลิ่มเลือด
  • ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
  • Vitamin E ป้องกันแผลเป็นหนานูน ทั้งภายนอดและภายใน
  • เร่งให้แผลไหม้บริเวณผิวหนังหายเร็วยิ่งขึ้น
  • ทำงานคล้ายยาขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยในการป้องกันภาวะแท้ง
  • บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์ได้
แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

1 ความคิดเห็น: